รถรับจ้างขนของ กัับการเลือกยางเปอร์เซ็นต์ สำหรับคนงบน้อย ยางเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่งบน้อย หรือบางทีอาจจะเกิดเหตุฉุกละหุก ที่ต้อง เปลี่ยนยาง ในช่วงขัดสนแบบไม่ทันตั้งตัว ยางเปอร์เซ็นต์ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ผ่อนหนักเป็นเบาลงไปได้ ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ยางเปอร์เซ็นต์ นั้น ก็คือยางมือสองที่เคยผ่านการใช้งานมาบ้างแล้ว บ้างก็มาจากที่เจ้าของรถเอามาเปลี่ยนเนื่องจากมีการเปลี่ยนล้อ ซึ่งยางเดิมไม่อาจะใช้กับล้อใหม่ได้ บ้างก็มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ

โดยส่วนมากยางที่มาจากต่างประเทศจะเป็นยางที่มีสภาพสมบูรณ์ค่อนข้างเยอะ เพราะในหลายๆประเทศจะมีการกำหนดระยะเวลาการใช้งานของยางที่ค่อนข้างจะแน่นอน เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน แม้ว่ายางจะยังมีสภาพที่ดีมากแค่ไหนก็ตาม และยางเหล่านั้นก็จะมีการนำเข้ามาขายต่อในประเทศเรานั่นเอง

อันที่จริงแล้ว ยางเปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าจะเป็นการนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้ในระยะสั้นเพื่อเป็นการใช้แก้ขัดไปก่อน ในส่วนนี้เราถือเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ถ้าจะนำมาใช้ในระยะยาว เราไม่แนะนำ ส่วน การเลือก ยางเปอร์เซ็นต์ นั้นจะมีอะไรบ้าง มีมาแนะนำกันเป็นความรู้เล็กๆน้อยๆสำหรับใครกก็ตามที่คิดจะเปลี่ยนยางในเร็วๆนี้

– ดูรหัส เลือกขนาดให้ตรงกับที่เราใช้อยู่
– วัน – เดือน – ปี ที่ผลิต เน้นใหม่ที่สุด ชุดไหนใหม่ จัดมาให้เร็วไว
– ดอกยาง สังเกตความลึกของดอกยาง ถ้าดอกยางยังสูง จัดได้เลย
– เช็คตำหนิรอบๆยาง ดูให้ทั่วๆ ลองเอานิ้วกดจิกลงไปที่เนื้อยางว่าแข็งหรือไม่

อายุการใช้งานของยางรถยนต์ ไม่ควรใช้เกิน 2 ปี จริงหรือไม่

ยางรถยนต์เมื่อผ่านการใช้งานไปได้สักระยะ ยางจะเริ่มเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ ตามวันเวลาและระยะทาง ยิ่งนานวันเข้ายางก็จะเสื่อมไปเรื่อยจนหมดอายุการใช้งานต้องเปลี่ยนยางใหม่ มาดูวิธีตรวจเช็คยางรถยนต์ด้วยตัวเองกันค่ะ

ยางรถยนต์ ถือว่าเป็นชิ้นส่วนสำคัญอันดับต้นๆ หากเราใช้งานไปสักระยะ ยางรถยนต์ ก็จะเริ่มเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ ตามวันและระยะเวลาของการขับขี่ใช้งาน แต่โดยส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินว่า ยางรถยนต์ มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี ขึ้นอยู่กับการขับขี่ของแต่ละบุคคล ซึ่งข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร อายุการใช้งานของยางรถยนต์ไม่ควรเกิน 2 ปี จริงหรือไม่ แล้วถ้าใช้ไปเรื่อยๆ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

หลายคนก็ตั้งคำถามว่า จริงๆ แล้ว ยางรถยนต์ มีอายุการใช้งานกี่ปีกันแน่ ซึ่งความเป็นจริงแล้วอายุการใช้งานของยางรถยนต์ เราสามารถสังเกตได้จาก 3 ข้อดังนี้

1. ความลึกของดอกยาง ต้องมีความลึกประมาณ 8-9 มิลลิเมตร แต่ไม่ควรตำกว่า 3 มิลลิเมตร เพราะดอกยางมีหน้าที่ช่วยรีดน้ำออก เพื่อให้หน้าได้สัมผัสกับพื้นถนนได้เป็นอย่างดี

2. ความชำรุดของโครงสร้างยาง เช่น รอยแผลใหญ่ที่เกิดจากถูกของมีคม และโครงสร้างของหน้ายางโดยเฉพาะแก้มยางบอบช้ำที่เกิดจากปืนขอบข้างทางอย่างแรงจนสะเทือนไปถึงกระทะล้อชำรุด หรือถูกบดในขณะที่ขับรถในระยะทางไกลโดยไม่มีลมยาง

3. อายุของยาง นับตั้งแต่วันผลิต ไม่ควรเกิน 6 ปี สำหรับยางรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงพอ