ที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย บำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์ตรงจุดและต้นทุนต่ำกว่า การบำบัดน้ำเสียมีหลายวิธี ซึ่งการบำบัดน้ำเสียจะต้องสร้างระบบบำบัดขึ้นมารองรับที่เรียกกันว่าระบบบำบัดน้ำเสียนั่นเอง

ในต่างประเทศในบางประเทศที่เจริญแล้วจะมีกฎหมายคุ้มครองการกำจัดน้ำเสียตั้งแต่หน่วยงานใหญ่ๆ ทั้งของรัฐและเอกชนจนไปถึงทุกครอบครัวต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบบำบัดน้ำเสียของแต่ละรายก็อาจแตกต่างกันออกไป หน่วยงานใหญ่ๆต้องใช้ระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ตามขนาดของปริมาณน้ำเสีย ส่วนระบบน้ำเสียในระดับครัวเรือนอาจมีขนาดเล็กลง ทุกครัวเรือนต้องบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะหรือสิ่งแวดล้อม แต่ในบ้านเรายังไม่มีการใช้กฎหมายบังคับถึงระดับนั้น ดังนั้นทุกครัวเรือนจึงปล่อยน้ำเสียออกสู่สาธารณะแข่งกันอย่างที่เห็น ซึ่งมีผลทำให้คูคลองหลายแห่งน้ำเน่าเสียอย่างหนัก ต้องออกมารณรงค์กันเพื่อให้ทุกคนรู้จักการบำบัดน้ำเสียในบ้านของตัวเอง หนึ่งในวิธีบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีง่ายๆซึ่งถือว่าเป็นวิธีการบำบัดน้ำเสียที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด นั่นก็คือการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนั่นเอง ในการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียสามารถใช้ได้ในทุกหน่วยงานทุกองค์กรตั้งแต่หน่วยงานใหญๆไปจนถึงบ้านที่อยู่อาศัยทั่วๆไป ซึ่งขั้นตอนการบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์จะทำได้ง่ายกว่าวิธีอื่น การลงทุนก็น้อยกว่าประการสำคัญคือไม่สร้างมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม แต่ผลดีที่ตามมาของการบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์นี้ก็คือทำให้คุณภาพน้ำโดยรวมดีขึ้น ปริมาณน้ำเสียและมลพิษต่างๆลดลงอย่างเห็นได้ชัด

การบำบัดน้ำเสียในโรงงาน
โรงงานตั้งแต่ขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำเสียจำนวนมาก บางแห่งจะมีน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมตลอดเวลา ซึ่งน้ำเสียดังกล่าวเกิดจากกิจกรรมภายในโรงงาน น้ำเสียที่มาจากโรงงานส่วนมากมาจาก 2 จุด จุดแรกคือ ส้วมหรือห้องน้ำ โรงงานที่มีจำนวนพนักงานมากเท่าใดก็ยิ่งมีปริมาณน้ำเสียในจุดนี้มาก จุดที่สองคือจากไลน์ผลิตของโรงงานซึ่งมากหรือน้อยตามปริมาณของเนื้องาน โรงงานส่วนมากจะไม่ค่อยแยกน้ำเสียที่มาจากทั้งสองจุดนี้ ซึ่งจะมีผลให้การบำบัดน้ำเสียทำได้ยากขึ้นโดยเฉพาะการใช้เครื่องจักรกลบำบัดน้ำเสียเครื่องจักรต้องแยกน้ำเสียออกจากกัน แต่ในการบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์ในโรงงานสามารถทำได้เลย ยกเว้นกรณีที่น้ำเสียนั้นมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อจุลินทรีย์ การบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์มีข้อดีตรงที่ทำได้ง่ายกว่าวิธีอื่นๆ การเมนเทนแน้นส์ก็ทำได้ง่ายไม่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญก็สามารถดูแลได้ง่ายซึ่งต่างจากวิธีอื่นอย่างมาก

การใช้จุลินทรีย์อีเอ็มบำบัดน้ำเสียในโรงงานทั่วไป

ผู้ใช้ต้องมีความเข้าใจในการบำบัดก่อน การบำบัดน้ำเสียจึงจะมีประสิทธิภาพและได้ผลดี ต้องรู้ข้อมูลของน้ำเสียก่อนว่ามาจากแหล่งใดบ้าง จากโรงงานสายการผลิต จากห้องน้ำ จากโรงอาหารหรือที่อื่นๆ ถ้าเช็คค่าพื้นฐานของน้ำเสียได้ยิ่งเป็นการดีมาก เช่น ค่า BOD , COD , DO , pH เป็นต้น หลังจากนั้นทำการทดสอบน้ำเสียกับจุลินทรีย์อีเอ็ม นำน้ำเสียมา 100 cc. บรรจุลงในบิ๊กเกอร์หรือฟาสก็ได้ เติมจุลินทรีย์ลงไปประมาณ 10 cc. ทิ้งไว้ในอุณหภูมิปกติประมาณ 24 ชม. หลังจากนั้นให้เช็คค่า BOD, COD, DO,pH อีกครั้ง ถ้าได้ค่ามาตรฐานแล้วก็ใช้อัตราส่วนตามที่ทดลองได้เลยในการบำบัดน้ำเสีย อัตราส่วนดังกล่าวอาจใช้ไม่ไดกับโรงงานอื่น เหตุเพราะค่าน้ำเสียมากน้อยไม่เหมือนกัน

การบำบัดน้ำเสียตามบ้านเรือนทั่วไป
การบำบัดน้ำเสียตามบ้านเรือนทั่วไปในปัจจุบันส่วนมากยังไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียกัน มีส่วนน้อยที่ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียที่ซื้อตามท้องตลาดประเภทถังบำบัดน้ำเสีย ซึ่งอาจจะไม่ได้ผลเต็มที่เท่าที่ควรและอาจเสื่อมคุณภาพในการบำบัดน้ำเสียได้ง่าย เพราะส่วนมากติดตั้งแล้วก็ไม่มีการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีถือว่าติดตั้งครั้งเดียวก็จบเพียงเท่านั้น ในความเป็นจริงต้องดูแลและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง การบำบัดน้ำเสียในบ้านที่ง่ายที่สุดคือการใช้จุลินทรีย์บำบัด ซึ่งสมาชิกในบ้านทุกคนสามารถทำได้เลยไม่ต้องมีความรู้ในการบำบัดน้ำเสียก็สามารถทำได้ทันที

การใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่น/จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ควรใช้อย่างไรจึงจะถูกต้องและเหมาะสม??

ในการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่น ไม่ว่าจะใช้ดับกลิ่นหรือใช้บำบัดน้ำเสีย ใช้เป็นปุ๋ยน้ำชีวภาพ ผู้ใช้ควรใช้ต่อเนื่องติดต่อกัน ซึ่งส่วนมากจะเข้าใจกันว่าใช้จุลินทรีย์ครั้งแรกก็พอแล้ว ดับกลิ่นครั้งแรกกลิ่นก็หายไม่ต้องใช้ต่อไปอีกเพราะกลิ่นหายหมดแล้ว ในความเป็นจริงเป็นการเข้าใจผิดของผู้ใช้จุลินทรีย์ ที่ถูกต้องก็คือ ต้องใช้ต่อเนื่องเรื่อยๆ ยกตัวอย่าง เช่น ใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นส้วมหรือบ่อเกรอะ ในความเป็นจริงสิ่งปฏิกูลในส้วมหรือบ่อเกรอะในบ้านเราเกิดขึ้นทุกๆวัน ดังนั้นจึงมีสิ่งปฏิกูลและสิ่งสกปรกเกิดเพิ่มขึ้นในทุกๆวันเช่นกัน การใช้เพียงครั้งแรกแล้วไม่ใช้อีกเลยทั้งๆที่มีสิ่งปฏิกูลเกิดขึ้นทุกวัน เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะจุลินทรีย์จะเข้าไปย่อยสลายสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นและก็จะสลายไปในที่สุดตามระยะเวลาของมันเอง ไม่สามารถอยู่ย่อยสลายได้ตลอดกาลจำเป็นอย่างยิ่งต้องหมั่นเติมจุลินทรีย์เพิ่มอย่างต่อเนื่อง อาจจะเติมอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณของสิ่งปฏิกูลที่เกิดขึ้นเป็นหลัก การเติมจุลินทรีย์ในส้วมหรือบ่อเกรอะควรใช้แบบสดและเพียวไม่ผสมน้ำ ซึ่งจะดับกลิ่นได้อย่างรวดเร็ว จุลินทรีย์ที่ดับกลิ่นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพส่วนมากจะเป็นประเภทเก่าเก็บหรือที่มีความเข้มข้นต่ำ
ดังนั้นการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นจึงควรใช้ตามคำแนะนำ ไม่จำเป็นต้องใช้อย่างประหยัดหรือใช้น้อยจนเกินไป ซึ่งจะไม่ได้ผลตามที่ต้องการ สามารถใช้เข้มข้นและมากได้ตามความต้องการไม่มีอันตรายใดๆ และใช้ตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ 1เดือนครั้งหรือ 6 เดือนครั้ง ปัญหามันเกิดขึ้นทุกๆวัน เช่น มีสิ่งปฏิกูลเกิดขึ้นทุกๆวัน สุนัขฉี่หรือถ่ายมูลทุกๆวัน เป็นต้น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายไม่ควรทิ้งระยะเวลาห่างจนเกินไป ถ้ารู้ว่าเริ่มมีกลิ่นแล้วให้ใช้ได้เลย หรืออาจจะใช้ทุกวันก็ได้ ซึ่งจะเป็นการดีมากๆ เพราะสิ่งสกปรกถูกบำบัดทุกวัน กลิ่นก็จะไม่มี ทำให้สภาพสิ่งแวดล้อมโดยรวมดีขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้นตามลำดับ มีหลายท่านที่ต้องการนำไปทดลองใช้ก่อน ซึ่งถ้าใช้ถูกวิธีก็จะได้ผลดี แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีก็จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร จุลินทรีย์ดับกลิ่นได้ผ่านการทดลองทางด้านวิชาการต่างๆ ผ่านสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศมาทั่วโลกแล้ว จุดเด่นๆของจุลินทรีย์ดับกลิ่นก็คือไม่มีสารเคมีเจือปน จึงมีความปลอดภัยสูง สามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง